จีนหวนซื้อน้ำมันดิบ ‘ซาอุฯ–อิรัก’ หลังชะลอนำเข้าคุมราคาพุ่ง
โรงกลั่นน้ำมันในจีนทั้งของรัฐและเอกชนเข้าซื้อน้ำมันดิบจากทั้งซาอุดีอาระเบียและอิรักรวมหลายล้านบาร์เรล หลังลดปริมาณการซื้อก่อนหน้านี้ป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น แม้จะยังต่ำกว่าการซื้อช่วงก่อนสงครามอิหร่านปะทุ แต่ตลาดต่างจับตาสัญญาณการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันในประเทศ รวมถึงการเก็บสต๊อกสำรองน้ำมัน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จีนเข้าซื้อน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย ทั้งในรูปแบบการเปิดเสนอขายแบบสปอตที่เกิดขึ้นไม่บ่อย และในรูปแบบสัญญาระยะยาวตามปกติ นอกจากนี้ยังซื้อน้ำมันอิรักสำหรับการส่งมอบในทันที รวมกันหลายล้านบาร์เรล แม้ว่าปริมาณการนำเข้าโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามค่อนข้างมากก็ตาม
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า กลุ่มโรงกลั่นของรัฐบาลจีน ได้แก่ ปิโตรไชน่า (PetroChina) ซิโนเคม (Sinochem Group) และยูนิเปค (Unipec) ร่วมกับโรงกลั่นเอกชน หร่งเซิง ปิโตรเคมิคอล (Rongsheng Petrochemical) ร่วมกันซื้อน้ำมันดิบเกรด Arab Medium และ Heavy จากซาอุดีอารัมโก (Saudi Aramco) รวมกัน 10 ล้านบาร์เรลในการเปิดเสนอขายแบบสปอต ซึ่งพร้อมสำหรับการส่งมอบและขนถ่ายทันที
นอกจากนี้ โรงกลั่นอื่น ๆ ในจีน รวมถึงเจินหัวออยล์ (Zhenhua Oil) ยังได้รับการจัดสรรน้ำมันดิบจากซาอุดีอารัมโกภายใต้สัญญารายปี อย่างน้อย 14 ล้านบาร์เรล สำหรับการขนส่งในเดือน ก.ย.
ในการเสนอขายน้ำมันครั้งนี้ ซาอุดีอารัมโกเสนอขายน้ำมันดิบชนิดมีกำมะถันสูงในตลาดสปอต จากจุดจัดส่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้สามารถขนส่งได้ภายในเดือนนี้ อย่างไรก็ดี น้ำมันเกรดดังกล่าวผลิตขึ้นภายในอ่าวเปอร์เซีย สะท้อนว่าซาอุฯอาจสามารถหาช่องทางการขนส่งน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มขึ้น
นอกจากในข่าวแยกกัน แหล่งข่าวอีกรายยังระบุว่า หร่งเซิง ปิโตรเคมิคอล และโรงกลั่นของรัฐบางแห่ง ซื้อน้ำมันดิบเกรด Basrah Heavy และ Basrah Medium ของอิรักอย่างน้อย 8 ล้านบาร์เรลสำหรับการส่งมอบในทันที และยอดส่งออกสุดท้ายอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากการเจรจาซื้อขายยังคงดำเนินอยู่
ตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่า การกว้านซื้อน้ำมันดิบของจีนในครั้งนี้จะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันในจีน และเป็นการกลับมาเก็บสต๊อกในคลังน้ำมันสำรองอีกครั้งหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ลดปริมาณการซื้อน้ำมันดิบและลดกำลังการกลั่นลง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ซาอุฯ และลูกค้าในเอเชียต้องรับมือกับความท้าทายด้านโลจิสติกส์ที่เกิดสงคราม โดยท่าเรือยานบูของซาอุดีอารัมโกในทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดส่งออกหลักหลังจากเส้นทางฮอร์มุซมีปัญหา ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เรือบรรทุกน้ำมันบางลำจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในแอฟริกา ที่ใช้เวลานานและมีต้นทุนสูงขึ้น ทั้งนี้ น้ำมันดิบจากอิรักอาจช่วยอุดช่องว่างด้านอุปทานสำหรับโรงกลั่นบางแห่งในจีนได้
ทั้งนี้ ในช่วงก่อนเกิดสงคราม จีนมักซื้อน้ำมันจากซาอุฯ ราว 40-50 ล้านบาร์เรลต่อเดือน
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 21 สิงหาคม 2569

