แนวโน้มทัวริสต์มะกันแห่เที่ยวเอเชีย-ยุโรปปี 66 ไทยจ่อรับความคึกปีเถาะ
ชาวอเมริกันมีแนวโน้มเดินทางท่องโลกคึกคักในปี 66 หลังคลายกังวลสถานการณ์โควิดที่ทำให้ต้องเก็บตัวนาน 2-3 ปี ยุโรป-เอเชียเตรียมรับอานิสงส์
ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายการคุมเข้มพรมแดนเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และ ชาวอเมริกัน เองก็คลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ต้องเก็บตัวมานาน 2-3 ปี ทำให้เชื่อว่ามีแนวโน้มชาวอเมริกันออก เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ กันอย่างคึกคักในปีหน้า (2566) โดยมียุโรปและเอเชียเป็นจุดหมายหลัก ซึ่ง ไทย จะได้อานิสงส์ด้วย
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีของสหรัฐรายงานว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัจจัยหลักๆ ที่จะหนุนให้ชาวอเมริกันออกท่องเที่ยวต่างประเทศ ได้แก่
* สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังคงค่อนข้างแข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่าง ๆ เช่น เงินยูโร
* การทำงานแบบผสมผสาน (hybrid working) ที่ทำให้สามารถออกเดินทางระยะทางไกลเป็นเวลานานได้
* สายการบินหลายแห่ง ได้เพิ่มเส้นทางบินระยะทางไกลไปต่างประเทศ
นางเอริน ฟลอริโอ บรรณาธิการบริหารนิตยสารกงเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ (Conde Nast Traveler) ตอกย้ำแนวโน้มดังกล่าวว่า อุตสาหกรรมการบินสหรัฐเริ่มคึกคักขึ้นแล้ว
เดสติเนชั่น อนาลิสต์ส (Destination Analysts) บริษัทวิจัยตลาดท่องเที่ยวเผยผลสำรวจในเดือนพ.ย.2565 ว่า 31% ของชาวอเมริกันสนใจที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศมากกว่าในประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับเดือนก.พ.และนับว่าสูงสุดในปีนี้
ขณะที่เว็บไซต์ฮอปเปอร์ (Hopper) รายงานว่า 62% ของการค้นหาเที่ยวบินปี 2566 ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธ.ค.65 เป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 55% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และการเดินทางระหว่างประเทศอยู่ในกลุ่มสูงสุด 3 อันดับแรกสำหรับปี 2566 ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตั้วครั้งใหญ่
ส่วนการค้นหาข้อมูลเที่ยวบินต่างประเทศบนเว็บไซต์คายัค (Kayak) ณ วันที่ 18 ธ.ค.65 เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่การค้นหาเกี่ยวกับเที่ยวบินในประเทศกลับลดลง 13%
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางระบุว่า การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มฟื้นตัวมากที่สุดในปี 2566 จากอานิสงส์ของการเปิดประเทศเป็นวงกว้างในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยญี่ปุ่นมีแนวโน้มได้รับความสนใจสูงสุด หลังเปิดพรมแดนวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา
ข้อมูลการสำรวจของเว็บไซต์ฮอปเปอร์ ยังระบุด้วยว่า
* อุปสงค์การเดินทางเยือนเอเชียพุ่งขึ้นมากที่สุด โดย 27% ของการค้นหาเที่ยวบินระหว่างประเทศของชาวอเมริกัน เป็นเมืองต่าง ๆ ในเอเชีย เทียบกับ 19% ในปีที่แล้ว(2566)
* 8 ใน 10 จุดหมายปลายทางระหว่างประเทศที่อยู่ในกระแสเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.ล้วนอยู่ในเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งหมายถึงกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก โดย 3 อันดับแรกได้แก่กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น นครโฮจิมินห์ของเวียดนาม และกรุงเทพของประเทศไทย ซึ่งค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ
* นายเบน เบอร์โล กรรมการผู้จัดการบริษัท จี แอดเวนเจอร์ (G Adventures) ผู้ให้บริการทัวร์ระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ยอดขายทัวร์ไปญี่ปุ่น ไทย และเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากที่สุดสำหรับปี 2566 โดยยอดขายทัวร์โดยรวมของบริษัทพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย.2565 ขณะที่ยอดขายทัวร์ไปญี่ปุ่น ไทย และเวียดนามล้วนทะลุยอดขายเดือนพ.ย. 2562
* อย่างไรก็ตาม ฮอปเปอร์ระบุว่า ยุโรปยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสูงสุดในแง่ของปริมาณรวม โดยเมืองต่าง ๆ ในยุโรปคิดเป็น 1ใน3 ของการค้นหาเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2564
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 26 ธันวาคม 2565

