3 กระทรวงถกรับ "ทัวริสต์จีน" ท่องเที่ยวฯชงจัดโปรฉีดวัคซีนฟรีดึงต่างชาติ
3 กระทรวง "สาธารณสุข-คมนาคม-ท่องเที่ยวฯ" นัดประชุมร่วม 5 ม.ค.2566 รับเปิดศักราชใหม่ ถกมาตรการเตรียมความพร้อมต้อนรับ "นักท่องเที่ยวจีน" หลังจีนเปิดประเทศ ยกเลิกมาตรการกักตัว “พิพัฒน์” ชงจัดโปรโมชั่น “ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นฟรี” แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติจากทุกประเทศ
นับตั้งแต่ทางการจีนเปิดประเทศ ประกาศผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ยกเลิกมาตรการกักตัวทั้งหมดเป็น 0+0 ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2566 เป็นต้นไป ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคัก ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนขยับทำการตลาดกันอีกครั้ง รวมถึงจัดเตรียมความพร้อมออกมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจีนในปี 2566
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วันที่ 5 ม.ค.นี้ จะมีการจัดประชุมร่วม 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ หลังจากจีนเปิดประเทศ ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว
หนึ่งในวาระที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะเสนอต่อที่ประชุมร่วม 3 กระทรวงในวันดังกล่าว คือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นป้องกันโควิด-19 ฟรีแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ประสงค์ขอรับวัคซีนในประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะแค่นักท่องเที่ยวชาวจีนเท่านั้น แต่รวมถึงจากประเทศอื่นๆ ด้วย เหมือนเมื่อครั้งที่มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกๆ คนไทยบางส่วนเดินทางไปฉีดวัคซีนที่ยุโรปและสหรัฐ
“ผมจะขอหารือถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นฟรีแก่นักท่องเที่ยวจากทุกชาติที่ประสงค์ขอรับวัคซีนในไทย เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องคุ้ม เหมือนเป็นโปรโมชั่นหนึ่ง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากขึ้น เนื่องจากวัคซีนมีต้นทุนหลักร้อยบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 40,000 บาทต่อคนต่อทริป คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% อยู่ที่ประมาณ 2,800 บาทที่นักท่องเที่ยวจ่ายให้ภาครัฐ ก็นับว่าคุ้มค่ากับราคาวัคซีนหลักร้อยบาทแล้ว โดยควรจะมีการของบกลางจากรัฐบาล ให้ สธ.ซื้อวัคซีนเพิ่มมาฉีดให้นักท่องเที่ยว ถ้าเราต้องการดึงพวกเขาเข้ามาจับจ่ายในประเทศไทยมากขึ้น”
เร่งฉีดเข็มกระตุ้นบุคลากรท่องเที่ยว :
ทั้งนี้จะหารือร่วมกับ สธ.ด้วยว่ามีวัคซีนเหลือมากน้อยแค่ไหน เพราะจะขอให้เร่งนำวัคซีนส่วนที่เหลือมาฉีดเป็นเข็มกระตุ้นแก่คนไทยที่เป็นบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องและใกล้ชิดนักท่องเที่ยว พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มบุคลากรด้านท่องเที่ยวออกมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกันถ้วนหน้า และขอความร่วมมือให้พนักงานฯยังคงสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน เชื่อว่าน่าจะยังใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองอยู่แล้ว
“ข้อเสนอดังกล่าวของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยู่ภายใต้มุมมองที่ว่า ในเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเรา เราต้องดูแลเขา ในฐานะที่ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีระบบสาธารณสุขดีที่สุดของโลก”
สำหรับรายละเอียดพอสังเขป เกี่ยวกับรัฐบาลจีนประกาศเปิดประเทศ โดยยกเลิกการกักตัวทั้งหมดเป็น 0+0 ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2566 เป็นต้นไป มีดังนี้
(1)กำหนดให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมง
(2)ยกเลิกนโยบายการบิน 5:1 ทั้งหมด แต่ต้องสวมหน้ากากบนเครื่องตลอดเวลา
(3)อนุญาตให้คนที่เดินทางไปทำงาน ธุรกิจ เรียน เยี่ยมญาติ และอื่นๆ เดินทางเข้าจีนได้
(4)จะอนุญาตให้เดินทางเข้าจีนทางบกและทางเรือต่อไป
(5)จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศได้ต่อไป
ททท.คาดไตรมาส 1/66 จีนเที่ยวไทย 3 แสนคน :
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วานนี้ (28 ธ.ค.) ททท.ได้จัดประชุมหารือกับภาคเอกชนท่องเที่ยวเพื่อจัดเตรียมความพร้อมรับจีนเปิดประเทศ ผลการหารือมีดังนี้
1.คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 ราว 300,000 คน เปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยตลอดปี 2565 ที่มีจำนวนประมาณ 274,000 คน โดยจะเริ่มออกเดินทางหลังวันที่ 15 ม.ค. ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) และด้วยข้อจำกัดของเที่ยวบินระหว่างกัน น่าจะมีจำนวนหนึ่งที่เดินทางเข้ามาผ่านด่านทางบก เช่น เชียงแสน และหนองคาย โดยมากับรถไฟความเร็วสูง
2.การเดินทางเข้าประเทศ ควรใช้แนวปฏิบัติเหมือนการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ โดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของประเทศและคนไทย ไม่เสี่ยงต่อการกลับไประบาดซ้ำและ
3.เตรียมความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวที่จำนวนเพิ่มมากขึ้น เน้นมาตรการป้องกันตัวเอง โดยจะแนะนำให้บุคคลากรที่เกี่ยวข้องไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น และนำมาตรการ SHA กลับมาใช้อย่างเข้มข้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพการให้บริการ ทั้งการให้บริการภาคพื้น (Ground Handling Service) จำนวนเที่ยวบิน มัคคุเทศก์ ให้เพียงพอกับจำนวนความต้องการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น
“ทั้งนี้ ททท.ปรับคาดการณ์ปี 2566 ว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น เพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 25 ล้านคนรวมนักท่องเที่ยวจีน หลังจีนเปิดประเทศ ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว จากก่อนหน้านี้ ททท.คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน ไม่นับรวมตลาดจีน”
ยันเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” คาดคิกออฟ มิ.ย.66 :
นายพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯยืนยันเดินหน้าจัดเก็บ โดยในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) วันที่ 24 ม.ค.2566 จะเสนอผลสรุปการศึกษาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวฯทางบก หลังต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามชายแดน เมื่อได้รับการเห็นชอบจาก ท.ท.ช. จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวฯในเดือน ก.พ.2566
"หาก ครม.อนุมัติ คาดมีผลเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2566 เป็นต้นไป"
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 29 ธันวาคม 2565

