คึกคักรอรับนทท.จีนเที่ยวไทย ธุรกิจอัดโปรช้อป รัฐถกมาตรการคุมโควิด 5 ม.ค.
เมื่อวันที่ 4 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 มกราคม ถึงมาตรการรับมือนักท่องเที่ยวจีน ที่จะเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคมว่า เขาเปิดแล้วดีไหม ก็ดี เราก็เตรียมมาตรการของเราไว้ จะต้องดูว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งเรื่องของสาธารณสุขและทีมแทพย์ เขามีมาตรการต่างๆ ของเขาอยู่แล้ว วันนี้หลายประเทศก็มีการรับมือของเขาอยู่แล้ว บางอย่างอาจจะเหมือนกัน บางอย่างอาจไม่เหมือน เพราะมาตรการพื้นฐานแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ของไทยก็ถือว่าเป็นเกรด A ฉะนั้นก็ต้องเชื่อมั่นตรงนี้ เพราะถือเป็นรายได้ให้กับประเทศ จะเห็นว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ คนไปท่องเที่ยวเยอะมาก
สิ่งที่อยากให้ระวังคือการดูแลตัวเองในการป้องกันตัวเอง ที่เป็นก็รักษาพยาบาล แต่ต้องดูว่าถ้าหนักหนาสาหัสจะทำอย่างไร แต่ตนก็เคยแก้ปัญหาตรงนี้มาแล้ว ฉะนั้นประสบการณ์ของเราเป็นสิ่งสำคัญ หลายประเทศก็เอาตัวอย่างของไทยไปทำ
สธ.ถกรับนักท่องเที่ยวจีน 5 ม.ค.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการรับมือนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาไทยว่า วันที่ 5 มกราคม จะมีการหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงคมนาคม ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด โดยไม่มีความเสียหายใดๆ ส่วนจะมีมาตรการเข้มข้นกับชาวจีนนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการทางการแพทย์มีมติว่าไม่จำเป็นจะต้องแยกปฏิบัติใดๆ
มีมาตรการพร้อมทั้ง 2 ฝั่ง เช่นคนเข้ามาประเทศไทยต้องมีประกันสุขภาพ จึงไม่จำเป็นต้องมีข้อห้ามอะไรมากมาย ส่วนเรื่องตรวจเชื้อคงไม่จำเป็น เป็นความเห็นทางการแพทย์ เรื่องบางอย่างถ้าเป็นเรื่องการแพทย์ให้กรมควบคุมโรคทำหน้าที่ป้องกัน เฝ้าระวังโรคติดต่อ กำหนดมาตรการไม่สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นจึงต้องให้ความเชื่อมั่น และพร้อมให้กำลังใจ สนับสนุนเขาเต็มที่
ยันไม่มีล็อกดาวน์อีก :
ผู้สื่อข่าวถามถึงการรับมือถ้าประเทศจีนเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้แห่กันมาไทยตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม แต่มีการคาดการณ์ว่าเดือนมกราคม คนจีนจะมาไทย 4 หมื่นคน เดือนกุมภาพันธ์จะมา 5 หมื่นคน และไม่ได้อนุญาตให้มาแบบหมู่คณะใหญ่ ส่วนใหญ่จะไม่ได้มาแบบกลุ่มทัวร์ อย่างไรก็ตามได้รับทราบมาว่าประเทศจีนได้ออกกฎใหม่ว่าคนที่จะเดินทางเข้าประเทศจีนต้องมีการตรวจเชื้อแบบ PCR หนักกว่าไทย ถ้ามองด้านรายได้ประเทศไทยก็สามารถให้บริการทางด้านการตรวจแบบ PCR สร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากขึ้น คนจะไปจะมาก็ต้องระมัดระวัง
เมื่อถามว่าจะการันตีได้หรือไม่ว่าการโควิดในไทยจะไม่มีความรุนแรงมากกว่านี้แล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรการันตีได้ เพียงแต่ว่าเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว การันตีได้ว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ หากใครเจ็บป่วย ถ้าใครฉีดวัคซีนเกินสี่เข็ม ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 608 จะไม่เกิดความรุนแรงอาการหนัก หรือเสียชีวิต การันตีได้ว่ามียา เวชภัณฑ์ และหมอเพียงพอต่อการรักษา
พิพัฒน์แจงเที่ยวด้วยกันเข้าครม.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่ากระทรวงจะนำรายละเอียดในการใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท เข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 มกราคมนี้อีกครั้ง
หลังจากมีการอนุมัติวงเงินงบประมาณดังกล่าวให้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ปรับลดลงจากที่ขอไป 8,700 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ก้อน ได้แก่ งบประมาณ 2,000 ล้านบาท ใช้สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 จำนวนประมาณ 5 แสนสิทธิ และงบประมาณอีก 2,000 ล้านบาท
ใช้สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว ผ่านการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อให้ถึงเป้าหมายตั้งไว้ทั้งปี 2566 ผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 20 ล้านคน เป้าหมายรายได้ 2.38 ล้านล้านบาท หรือฟื้นตัว 80% จากปี 2562 หรือปีก่อนเกิดโควิด-19 ที่มีรายได้อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท
ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทย เกิดการเดินทางไม่ต่ำกว่า 160 ล้านคน-ครั้ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 จะสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศผ่านการสมทบเงินจ่ายค่าโรงแรมและที่พักจากรัฐบาลในสัดส่วน 40% และคูปองอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 600 บาทต่อห้องต่อวัน ใช้จ่ายในร้านที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ ร้านอาหาร ร้านนวดแผนไทย คิดเป็นมูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 3,600 บาทต่อสิทธิต่อคน ปรับลดจำนวนสิทธิจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ส่วนขยาย ที่จำกัดสิทธิไม่เกิน 10 ห้องต่อคนต่อคืน เหลือไม่เกิน 5 ห้องต่อคนต่อคืน
พร้อมรับนักท่องเที่ยวบินมาไทย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการนัด 3 หน่วยงานหารือเพิ่มเติม ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคม วันที่ 5 มกราคม 2566 เพื่อพิจารณาแผนการต้อนรับนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปี 2566 เป็นต้นไป เป็นการเตรียมมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวไทยทุกประเทศ โดยเฉพาะเมื่อจีนประกาศเปิดประเทศ ผ่านการยกเลิกวันกักตัว มีผลวันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป จะต้องหามาตรการรองรับการกลับมาท่องเที่ยวใหม่ของชาวจีนด้วย
โดยเฉพาะผู้ที่มีความต้องการขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุข จะมีการเตรียมความพร้อมเรื่องของวัคซีนไว้รองรับ จะคิดค่าบริการที่เหมาะสม ประมาณ 500 บาท แต่ไม่เกิน 800 บาท เป็นค่าวัคซีนและค่าบริการทางการแพทย์ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว หากนักท่องเที่ยวต้องการฉีดวัคซีนในไทยก็ขอให้แจ้งความประสงค์มาได้
เอาต์เล็ตคึกรับจีนเปิดปท.
น.ส.กิตติมา วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN OUTLET เปิดเผยว่า ตอนนี้มีปัจจัยบวกต่อสถานการณ์ค้าปลีก ทำให้กำลังซื้อเริ่มกลับมา ทั้งสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โครงการช้อปดีมีคืน และจีนกำลังจะเปิดประเทศ ทำให้กำลังซื้อคึกคักต่อเนื่อง ตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ยาวไปถึงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา พบว่ายอดกลับมาแล้วกว่า 80% เกือบเท่ากับปีก่อนเกิดโควิด และเป็นยอดสูงสุดในรอบปี สินค้าขายดี เช่น เครื่องนอน ผ้าปูที่นอน กระเช้าของขวัญ เป็นต้น
“หลังรัฐบาลเริ่มโครงการช้อปดีมีคืน เฟส 4 เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม ทำให้ลูกค้าร้านอาหารเริ่มขอใบเสร็จนำไปหักลดหย่อนภาษีมากขึ้น เอฟเอ็นได้จัดโปรโมชั่นรับช้อปดีมีคืน นอกจากลูกค้าจะได้คืนภาษีสูงสุด 14,000 บาท ยังมอบของขวัญเพิ่มมูลค่าสูงสุด 12,500 บาท เมื่อมียอดซื้อสินค้าสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 30,000 บาท และเทศกาลตรุษจีนกำลังจะมาถึงนี้ ได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษ เตรียมคัดสินค้าที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมซื้อไว้รองรับจีนจะเปิดประเทศอีกด้วย เช่น เสื้อผ้าลินินและสินค้าสุขภาพ เพราะเรามีสาขาในหัวเมืองท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนจีนอยู่แล้ว เช่น พัทยา อยุธยา หัวหิน “น.ส.กิตติมากล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 4 มกราคม 2566

