บาทเปิดระดับ 33.62 ‘แข็งค่า’ หลังตลาดคาดเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย กดดันดอลล์อ่อนค่า
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.50-34.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูนกล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังการเติบโตของค่าจ้างในสหรัฐชะลอลงมากกว่าคาด ทำให้ตลาดมั่นใจแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอตัวต่อเนื่อง หนุนโอกาสธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย สัปดาห์นี้ ทิศทางนโยบายการเงินเฟด ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อตลาด โดยต้องติดตามรายงานเงินเฟ้อสหรัฐ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ประเมินว่ามีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้ หลังจากที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐ โฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำและแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี ระหว่างสัปดาห์ เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า หากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น พร้อมกับการย่อตัวของราคาทองคำ
“คงมองว่าเงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมาก เนื่องจากผู้ส่งออกบางส่วนต่างก็รอทยอยขายเงินเหรียญสหรัฐ ส่วนผู้เล่นต่างชาติก็รอจังหวะเพิ่มสถานะ Short USD THB ตามความคาดหวังการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน” นายพูนกล่าว
นายพูนกล่าวว่า ในส่วนเงินเหรียญสหรัฐนั้น ตลาดการเงินอาจปิดรับความเสี่ยงได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ออกมาดีกว่าคาด (Good News is Bad News for the market) ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐ รวมถึงบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐปรับตัวขึ้น
นอกจากนี้ ควรระวังถ้อยแถลงประธานเฟดและบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ก่อนตลาดรับรู้รายงานเงินเฟ้อสหรัฐ คาดว่า บรรดาเจ้าหน้าที่อาจย้ำจุดยืนเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ กดดันให้ตลาดระมัดระวังตัวมากขึ้นและเงินเหรียญสหรัฐอาจแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ทั้งนี้ หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลงชัดเจน ตลาดก็พร้อมเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น กดดันให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง
ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจไทย ประเมินว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 49.5 จุด ท่ามกลางความหวังการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจ หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากขึ้นต่อเนื่องและล่าสุดก็มีความหวังการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่เร็วขึ้นกว่าคาด ตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดโควิดของทางการจีน
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 9 มกราคม 2566

