ชาวจีนแห่จองวัคซีน mRNA ที่มาเก๊า ต้องรอคิวอีกยาว แนวโน้มเที่ยวไทยเพื่อฉีดวัคซีนจะมากขึ้น
ชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปฉีดวัคซีนที่มาเก๊า ต้องรอคิวยาว มีแนวโน้มว่าชาวจีนจำนวนมากจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศพร้อมจุดประสงค์เพื่อการฉีดวัคซีน mRNA และไทยเป็นหนึ่งในปลายทางอันดับต้น ๆ
เนื่องจากรัฐบาลจีนยังไม่ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนจากต่างประเทศ อัตราการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ของจีนอยู่ที่ 86.82% ของประชากร และเข็มบูสต์ 54.7% เป็นการฉีดวัคซีนที่ผลิตในประเทศจีนเกือบทั้งหมด ชาวจีนจำนวนมากจึงมองหาวิธีที่จะได้ฉีดวัคซีน mRNA ของชาติตะวัตตกที่นานาชาติให้การยอมรับ
CNBC รายงานเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 โดยอ้างข้อมูลจากสื่อจีนว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปฉีดวัคซีน mRNA ที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า
ด้วยความต้องการฉีดวัคซีนที่มีมาก ขณะที่สถานพยาบาลในมาเก๊าที่ให้บริการฉีดวัคซีนแก่นักท่องเที่ยวมีเพียงแห่งเดียวคือ โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเก๊า (Macau University of Science and Technology) จึงให้บริการได้ไม่รวดเร็วนัก นักท่องเที่ยวที่จองคิวในช่วงกลางเดือนธันวาคม จะได้คิวฉีดเร็วที่สุด คือ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
จากปรากฏการณ์นี้ จึงมีการคาดการณ์ว่า ชาวจีนจะมองหาจุดหมายปลายทางอื่น ๆ สำหรับการท่องเที่ยวพ่วงการฉีดวัคซีนมากขึ้น
แซม แรดแวน (Sam Radwan) ประธาน Enhance International ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการให้แก่คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการประกันภัยของจีน (CIRC) และคณะกรรมการสุขภาพและการวางแผนครอบครัวแห่งชาติ (NHFPC) ของจีน ให้ความเห็นกับ CNBC ว่า การออกไปนอกประเทศจีนเป็นวิธีแก้ปัญหาในความคิดของหลาย ๆ คน เชื่อว่าชาวจีนจะเดินทางไปทุกที่ที่สามารถฉีดวัคซีนได้
“ผมเชื่อว่าจุดหมายปลายทางแรกในการท่องเที่ยวเพื่อฉีดวัคซีนของชาวจีน คือ ฮ่องกง จากนั้นจะกระจายไปยังเอเชีย สหรัฐอเมริกา และอาจขยายไปยังยุโรป”
ส่วนสถานการณ์ในฝั่งฮ่องกงนั้น หลัม หวิงโห (Lam Wingho) สมาชิกคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ว่าด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนของฮ่องกง (Scientific Committee on Vaccine-Preventable Diseases) กล่าวว่า คาดว่าจะได้เห็นคลื่นชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาฮ่องกงเพื่อฉีดวัคซีน เขาบอกว่าอีกว่า ได้รับการสอบถามจากประชาชนว่า ทำอย่างไรญาติจากจีนแผ่นดินใหญ่จึงจะได้รับวัคซีนในฮ่องกง
นอกจากฮ่องกงแล้ว คาดว่าประเทศไทยเป็นอีกปลายทางที่มีศักยภาพสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวเพื่อฉีดวัคซีน และไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวจีนกระตือรือร้นที่จะออกจากบ้านไปเยือน ร่วมกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ที่อยู่อันดับต้น ๆ ในลิสต์ของชาวจีน
อีกทั้ง รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยกล่าวเมื่อปลายเดือนธันวาคมว่า กำลังพิจารณาที่จะฉีดวัคซีนให้นักท่องเที่ยวทุกคน
ขณะที่ฝั่งฮ่องกงนั้น บอกชัดเจนว่าจะไม่ฉีดวัคซีนฟรีให้แก่ผู้เดินทางเข้าฮ่องกงระยะสั้น นักท่องเที่ยว (ซึ่งรวมถึงชาวจีนแผ่นดินใหญ่) จะต้องพักในฮ่องกงอย่างน้อย 30 วัน จึงจะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มบูสต์จากฮ่องกง
CNBC ได้ยกตัวอย่างความเห็นของผู้ใช้ Weibo (เว่ยป๋อ) สองคน คนแรกบอกว่า “ตอนแรกฉันไม่ได้วางแผนที่จะไปประเทศไทย แต่เพื่อให้ได้วัคซีน Pfizer หรือ Moderna ฉันกำลังคิดที่จะไป”
ส่วนอีกคนเขียนว่า นโยบายของไทยที่จะฉีดวัคซีนให้นักท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังทำให้มีความหลากหลายของการฉีดวัคซีนมากขึ้นด้วย “สำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่หวังว่าจะมีตัวเลือกวัคซีนมากขึ้น พวกเขาจะสามารถรับวัคซีนเข็มที่ต้องการได้ วิน-วิน”
คาดการณ์ตรงกับที่ Goldman Sachs เขียนในรายงานการศึกษา ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ว่า “จากการส่งผ่านผลกระทบ (spillover effects) ของการที่จีนเปิดประเทศอีกครั้ง การศึกษาล่าสุดของเราชี้ให้เห็นว่าฮ่องกงและไทยอาจได้รับประโยชน์สูงสุดจากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หากจีนยกเลิกข้อจำกัดด้านวีซ่า และการเดินทางขาออกค่อย ๆ เข้าสู่ภาวะปกติ”
ที่มา ประชาชาชาติธุรกิจ
วันที่ 10 มกราคม 2566

