สอท.จี้ค่าไฟลดเหลือ 2 บาท ดึงต่างชาติลงทุนไทย ด้านพณ.ลุยสอบนอมินีจีน
สอท.จี้ค่าไฟลดเหลือ 2 บาท ดึงต่างชาติลงทุนไทย ด้านพณ.ลุยสอบนอมินีจีน เซ็งข่าวรั่วไหวตัวปิดบริษัท
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที (FT) นั้น ว่าตอนนี้โครงสร้างต้นทุนราคาด้านพลังงานลดลงต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อการทบทวนอัตราค่าไฟในภาคธุรกิจลดลงกว่าปัจจุบัน ตอนนี้ภาคลงทุนจากต่างประเทศกำลังเริ่มเพิ่มการลงทุนโครงการเดิมและหาแหล่งลงทุนใหม่ๆ ผลจากเกิดศึกภูมิรัฐศาสตร์โลกและปัญหาโควิดคลี่คลาย แม้บางส่วนยังกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย ปัจจัยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กำลังย้ายฐาน ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรง จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกถดถอย นักลงทุนจะพิจารณาเรื่องต้นทุนต่ำสุดเป็นหลัก ไม่ว่าจะค่าไฟ ค่าแรงงาน ทักษะแรงงาน และไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายในประเทศ
“คุยกับนักลงทุนต่างชาติ อย่างล่าสุดมาพบปะนักลงทุนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แสดงความสนใจลงทุนหรือร่วมทุนกับไทย ดังนั้น หากไทยมีเงื่อนไขและต้นทุนจูงใจ บวกกับขั้วการค้าโลกกำลังเปลี่ยน พิจารณาย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน ไทยมีจุดเด่นหลายอย่าง แต่ค่าไฟสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับเวียดนาม 2.88 บาทต่อหน่วย จะส่งผลต่อขีดการแข่งขันให้ยิ่งลดต่ำลงไปอีก วันนี้เราเห็นทิศทางค่าพลังงานลดลง จะมีผลต่อค่าไฟด้วย ภาคเอกชนเริ่มพูดถึงค่าไฟแข่งขันได้ควรเหลือ 2 บาทเศษต่อหน่วย หลายเวทีกับหน่วยงานต่างๆ จะเสนอความต้องการนี้” นายเกรียงไกรกล่า
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบและป้องกันคนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ (นอมินี) กรมที่ดินเป็นหนึ่งหน่วยงานประสานขอตรวจสอบเชิงข้อมูล ส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ละปีมีแผนงานจะลงพื้นที่ตรวจสอบริษัทจดทะเบียนกับกรม และถือหุ้นโดยต่างชาติ ตามกฎหมายกำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% การตรวจสอบของกรมจะพิจารณากลุ่มบริษัทที่กังวลโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปี 2565 ลงตรวจสอบในภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 30 บริษัท
“ปีนี้มีกระแสนายทุนจีนครอบครองหลายธุรกิจ จะเพิ่มความถี่ตรวจสอบ และขยายถึงธุรกิจต่างๆ กุมภาพันธ์นี้มีแผนไปทุกภาคแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ รวมถึงการตรวจย่านท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ น่ากังวลคือเมื่อจะลงตรวจ มักเจอบริษัทเป้าหมายนั้นปิดกิจการหนีก่อนเข้าตรวจสอบ ทำให้กรมและหน่วยงานร่วมตรวจสอบต้องระมัดระวังการให้ข้อมูลว่าจะลงตรวจสอบที่ใด อยากให้ประชาชนบอกเบาะแสเข้ามาด้วย เพื่อให้ตรวจสอบตรงจุดมากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566

