สถานทูตญี่ปุ่นจัดกิจกรรม งานวันเฉลิมพระชนมพรรษาจักรพรรดินารูฮิโตะ ขนร้านญี่ปุ่นร่วมเปิดบูธ
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ณ ห้องประชุมเพลนารี ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้จัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ แห่งญี่ปุ่น ซึ่งจะทรงมีพระชนมพรรษา 63 พรรษา ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยมีแขกเข้าร่วมในงานกว่า 1,300 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ของไทย นักธุรกิจ และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตต่างๆ อาทิ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สหรัฐ เข้าร่วมในงาน

เมื่อเวลา 18.50 น. กิจกรรมแรกของงานได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงบทเพลงประสานเสียงจากวงเดอะ แบงค็อก กลี คลับ ในบทเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น นายนะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวทีว่า ตามจริงแล้วนั้น วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะของญี่ปุ่น ที่แท้จริงจะมีขึ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ แต่ทางสถานทูตรอไม่ไหวที่จะได้จัดงานใหญ่งานแรกนับตั้งแต่ผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นับเป็นช่วงเวลานานถึง 3 ปี ที่ทางสถานทูตไม่ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองเช่นนี้ อย่างไรก็ดี ยังมีบางสิ่งที่ยังคงชัดเจนอยู่เสมอ นั่นก็คือมิตรภาพระหว่างญี่ปุ่นและไทยยังคงไม่หยุดที่จะเบ่งบานต่อไป
ท่านเอกอัครราชทูตได้กล่าวอีกว่า ขณะนี้พรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศได้เปิดขึ้นอีกครั้ง หลังต้องเจอกับมาตรการควบคุมโรคต่างๆ มากมาย ประเทศไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 2 จากรายงานข้อมูลล่าสุด และชาวไทยจำนวนมากก็นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ชาวไทยเลือกประเทศญี่ปุ่นให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ท่านทูตกล่าวว่า ภายในงานวันนี้จะมีรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองและจังหวัดในญี่ปุ่นราว 10 แห่ง ตั้งแต่จังหวัดอาคิตะ ทางตอนเหนือของประเทศ ไปจนถึงจังหวัดโอกินาวะ ทางตอนใต้ มาตั้งบูธเพื่อจัดแสดงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ภายในงานยังมีบริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่นมาจัดแสดงสินค้าเพื่อสร้างสีสัน และสร้างประสบการณ์ความเป็นญี่ปุ่นภายในงานวันนี้ “สุดท้ายนี้ ผมขอให้คำมั่นกับทุกท่านว่าจะทำงานให้หนักยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีก ผมมั่นใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะสามารถพัฒนาขึ้นไปอีกในปี 2023 เพื่อที่ทั้งญี่ปุ่นและไทยจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปสู่ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ในอนาคตข้างหน้า” ท่านทูตกล่าวปิดท้าย
กิจกรรมต่อมาบนเวทีเป็นช่วงการแสดงดนตรีของวง PSYCHIC FEVER สมาชิก 7 คน มาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยแสดงเพลงที่มีชื่อว่า Choose one และ To The Top หลังจบการแสดง สมาชิกของวงเผยว่า มาแสดงอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2022 แล้ว เพื่อใช้ประเทศไทยเป็นฐานการแสดง และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างมากตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในไทย จากนั้นวง BALLISTIK BOYZ ขึ้นแสดงบนเวทีต่อด้วยเพลง Last Dance Ni Bye Bye และเพลง Animal โดยวงดังกล่าวเพิ่งออกซิงเกิลใหม่ชื่อ Drop Dead ร่วมกับวง Trinity นักร้องกลุ่มบอยแบนด์ชื่อดังของไทย ถือเป็นซิงเกิลแรกของวงที่ปล่อยในระดับนานาชาติ หลังสิ้นสุดการแสดง ทั้ง 2 วงได้ถ่ายภาพร่วมกับท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
ภายในงานยังมีบูธของบริษัทด้านอาหารของญี่ปุ่นหลายบริษัทมาร่วมเปิดให้แขกภายในงานได้ลิ้มลองความอร่อยของอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ปลาดิบ ข้าวแกงกะหรี่และน้ำมะเขือเทศจากร้านบิจิน เบียร์จากบริษัทอาซาฮี ซัปโปโร และคิริน เหล้าสาเก รวมถึงเกี๊ยวซ่าจากบูธของอายิโนะโมะโต๊ะ

นอกจากด้านอาหารแล้ว บริษัทและหน่วยงานต่างๆ ของญี่ปุ่นยังได้มาเปิดบูธจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของตัวเองเช่นเดียวกัน อาทิ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น หรือไจก้า ที่ได้มาจัดแสดงโครงการต่างๆ ที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทย เช่น รถไฟฟ้าสายสีแดง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (เจเอ็นทีโอ) มาจัดแสดงเอกสารท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น ให้สำหรับผู้ที่สนใจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้รับความรู้เพิ่มเติมถึงแหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางในประเทศ ส่วนอีกบูธที่ได้รับความสนใจจากแขกในงานอย่างมากคือบูธของฟูจิฟิล์ม ที่มีการนำผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ถ่ายภาพของบริษัทออกมาแสดงในงาน รวมถึงจัดโซนถ่ายภาพให้แขกในงานได้มาถ่ายภาพ และใส่กรอบกลับบ้านเป็นที่ระลึกอีกด้วย
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566

