เงินเฟ้อยุโรป มกราคม 2566 ยังสูง 10% บางประเทศหนักเกิน 20%
เงินเฟ้อเดือนมกราคม 2566 ของสภาพยุโรป (อียู) ยังสูงถึง 10.0% ส่วนของยูโรโซนอยู่ที่ 8.6% มี 12 ประเทศที่สูงกว่า 10% และมี 2 ประเทศที่สูงเกิน 20%
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 Eurostat สำนักงานสถิติของยุโรปเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมกราคม 2566 ของสหภาพยุโรป (อียู) ยูโรโซน (20 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร) และประเทศสมาชิกทั้งหมด พบว่าอัตราเงินเฟ้อในภาพรวมของสหภาพยุโรปและยูโรโซนลดลงเล็กน้อย
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมกราคม 2566 ของสหภาพยุโรป (อียู) อยู่ที่ 10.0% ลดลงเล็กน้อยจากอัตรา 10.4% ในเดือนธันวาคม 2565
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมกราคม 2566 ของยูโรโซนอยู่ที่ 8.6% ลดลงจากอัตรา 9.2% ในเดือนธันวาคม 2565
เมื่อดูอัตราเงินเฟ้อรายประเทศ มีถึง 12 ประเทศที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมกราคม 2566 สูงกว่า 10% โดยในจำนวนนั้นมี 2 ประเทศที่อัตราเงินเฟ้อสูงทะลุ 20% คือลัตเวีย (21.4%) และฮังการี (26.2%) ส่วนประเทศที่อัตราเงินเฟ้อต่ำที่สุด คือลักเซมเบิร์ก (5.8%) สเปน (5.9%) ไซปรัสและมอลตา (6.8%) ขณะที่พี่ใหญ่ เยอรมนียังเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงที่อัตรา 9.2%
ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม 2565 อัตราเงินเฟ้อลดลงใน 18 ประเทศ และเพิ่มขึ้นใน 9 ประเทศ
หมวดสินค้าที่เป็นปัจจัยหนุนอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนมากที่สุดในเดือนมกราคม 2566 คือ อาหาร แอลกอฮอล์ และบุหรี่ (+2.94 จุดเปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยพลังงาน (+2.17 จุดเปอร์เซ็นต์) บริการ (+1.80 จุดเปอร์เซ็นต์) และสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่พลังงาน (+1.73 จุดเปอร์เซ็นต์)
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในยุโรปที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปเตือน ในการแถลงคาดการณ์เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ว่า ราคาสินค้าที่สูงจนรบกวนชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภคจะยังคงฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไปอีกหลายเดือน
เปาโล เจนติโลนี (Paolo Gentiloni) กรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อจะค่อย ๆ คลายการบีบคั้นกำลังซื้อลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือพูดอีกด้านหนึ่งคือ อัตราเงินเฟ้อจะไม่ลดลงเร็ว
คณะกรรมาธิการยุโรประบุในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2566 ว่า อุปสรรคทางเศรษฐกิจนั้นมีกำลังรุนแรง ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและดัชนีราคาผู้บริโภคยังคงสูง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าจะลดลงติดต่อกัน 3 เดือน จากอัตราสูงสุด 10.6% ในเดือนตุลาคม 2565 เป็น 8.5% ในเดือนมกราคม 2566
ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank : ECB) กำลังขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจนั้นมีแนวโน้มที่จะชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจ
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566

