หนานหนิงรุก "เศรษฐกิจอวกาศ" เปิดตัวนิคมดาวเทียมและภูมิสารสนเทศเชิงพาณิชย์
แรงผลักด้วยเทคโนโลยี (Technology Push) กับแรงดึงจากดีมานด์ของผู้ต้องการใช้งาน (User Demand Pull) ที่บรรจบกัน ส่งผลให้ "เทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ" มีแนวโน้มการพัฒนาและขยายการใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจและสังคมในแขนงต่าง ๆ มากขึ้น
นครหนานหนิงได้เล็งเห็นประโยชน์จาก ‘เทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ’ ที่จะทวีบทบาทสำคัญและสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวันในอนาคต ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ของนครหนานหนิงที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ โดยในปี 2564 จึงได้เริ่มโครงการ ‘นิคมอุตสาหกรรมภูมิสารสนเทศและการประยุกต์ใช้ดาวเทียมจีน-อาเซียน’ (China-ASEAN Geographic Information and Satellite Application Industrial Park) ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จะขอนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ ‘นิคมอุตสาหกรรมภูมิสารสนเทศและการประยุกต์ใช้ดาวเทียมจีน-อาเซียน’ ในนครหนานหนิง
ข้อมูลโครงการ : เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้กรอบการดำเนินงาน China-ASEAN Information Harbor ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ และเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในเขตทดลองการค้าเสรีจีน (กว่างซี) พื้นที่ย่อยหนานหนิง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 33 ไร่ พื้นที่สิ่งปลูกสร้าง 2.23 แสนตารางเมตร ใช้เงินลงทุนราว 1,434 ล้านหยวน ประกอบด้วย 9 อาคารหลัก เพื่อใช้เป็นสำนักงาน สถานที่วิจัย หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม (Incubator) ที่พักอาศัยสำหรับผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์ประชุมและการพาณิชย์ และศูนย์อำนวยการ โดยเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมบริการนำร่องและพิกัดดาวเทียม อุตสาหกรรมสารสนเทศเชิงนวัตกรรมเป็นหลัก

ฟังก์ชันหลัก :
เป็นนิคมอุตสาหกรรมสารสนเทศที่เน้นข้อมูลเชิงพาณิชย์ด้านการสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียม (Satellite Remote Sensing) และข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศเป็นพื้นฐาน มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อาทิ ดาวเทียม ภูมิสารสนเทศ 5G และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ อาทิ เมืองอัจฉริยะ ขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ทะเลและฟาร์มปศุสัตว์ การพัฒนาแม่น้ำซีเจียง การเกษตรอัจฉริยะ รวมไปถึงความมั่นคงตามแนวชายแดน
พันธกิจ :
พัฒนาให้ ‘นครหนานหนิง’ เป็นพื้นที่คลัสเตอร์ ฐานธุรกิจ ฐานการวิจัยและการแปลงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงรูปธรรมของอุตสาหกรรมภูมิสารสนเทศและการประยุกต์ใช้ดาวเทียมและข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนทั้งด้านวิชาการและการซื้อขายผลงานวิจัยเชิงพาณิชย์ และเป็นฐานบ่มเพาะบุคลากรระหว่างจีน-อาเซียน รวมถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีเป้าหมายเป็น 6 ศูนย์กลาง ได้แก่
(1) ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูล
(2) ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Information)
(3) ศูนย์กลางการวิจัยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)
(4) ศูนย์กลางการให้บริการระบบนำทางด้วยดาวเทียมเป๋ยโต่ว (BeiDou Navigation Satellite System)
(5) ศูนย์กลางการบ่มเพาะผู้เชี่ยวชาญ (Talent)
(6) ศูนย์กลางนวัตกรรมร่วม (Collaborative Innovation Center)
ปัจจุบัน นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ มีองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัยระดับชั้นนำทยอยเข้าไปดำเนินงานด้านภูมิสารสนเทศ การสำรวจรังวัด การสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียม ข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์แล้ว เช่น สถาบันการสำรวจรังวัด ภูมิสารสนเทศ บริษัท Twenty First Century Aerospace Technology ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้บริการข้อมูลขนาดใหญ่ ด้านการสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียมและข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Information) และบริษัท Feima Robotics ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านอากาศยานไร้คนขับที่ใช้ในงานสำรวจระยะไกล
ทั้งนี้ คาดว่า ในปี 2567 จะดึงดูดองค์กรชั้นนำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมภูมิสารสนเทศได้ 260 ราย และมีมูลค่าการผลิตเกิน 1 หมื่นล้านหยวน
ในบริบทที่ประเทศไทยให้การผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศ พร้อมทั้งเพิ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงเห็นว่า นิคมอุตสาหกรรมภูมิสารสนเทศและการประยุกต์ใช้ดาวเทียมจีน-อาเซียน เป็นอีกแพลตฟอร์มทางเลือกสำหรับภาคธุรกิจและสตาร์ทอัพไทยที่จะเข้าไปพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนใน ecosystem รวมถึงการสร้างคนที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีดาวเทียม และดึงดูดให้องค์กรในกว่างซีเข้ามามีส่วนร่วมในซัพพลายเชนอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศของไทยได้
ทั้งนี้ การสนับสนุนของภาครัฐจีน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษาวิจัย นโยบายและสิทธิประโยชน์ และการให้บริการข้อมูลแบบเปิดจะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ตลอดจนการลดข้อจำกัดในการใช้งานจะช่วยสร้าง ‘โอกาส’ ให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพไทยในการนำเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพไปศึกษาต่อยอดและพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึงบริการต่าง ๆ ป้อนสู่ตลาดปลายน้ำตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลายระหว่างไทย จีน และอาเซียนต่อไป (ข้อมูล : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง)
ที่มา globthailand
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566