ทั่วโลกรวมใจ หนุนความเท่าเทียมทางเพศ วันสตรีสากล
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม หรือวันสตรีสากล เหล่าผู้หญิงรวมถึงผู้ที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ ได้รวมตัวและเดินชุมนุมตามถนนของเมืองหลวงต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเรียกร้องและปกป้องสิทธิสตรีที่ถูกทำลายอย่างหนักในปัจจุบัน ตั้งแต่การจำกัดเสรีภาพของสตรีชาวอัฟกันโดยรัฐบาลทาลิบัน การกดขี่และการใช้ความรุนแรงควบคุมความประพฤติของผู้หญิงในอิหร่าน ข้อบังคับใหม่ของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับสิทธิในการทำแท้ง ไปจนถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของสตรีอย่างมาก
สอดคล้องกับที่ อันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวก่อนหน้าว่า ความก้าวหน้าระดับโลกเกี่ยวกับสิทธิสตรีกำลังจางหายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเรา และว่า ต้องใช้เวลาถึง 300 ปี ในการบรรลุเป้าหมายทางความเท่าเทียมทางเพศ
โดยเมืองต่างๆ ทั่วโลกได้ฉลองวันสตรีสากลด้วยการจัดการชุมนุมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อผ้าสีม่วง สัญลักษณ์ของสิทธิสตรี อาทิ กรุงมาดริดของสเปน เมืองและชุมชนราว 150 แห่งของฝรั่งเศส รวมถึงการประท้วงเพื่อขับเคลื่อนสิทธิในการทำแท้งในสหรัฐ ด้านพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ได้เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งของ เอ็มมิลิน แพงค์เฮิร์สต์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีคนสำคัญของอังกฤษ
ขณะที่หนึ่งวันก่อนหน้า สหภาพยุโรปได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลและหน่วยงานที่ถูกมองว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อความรุนแรงและการละเมิดสิทธิสตรี หนึ่งในนั้นคือ เนดา โมฮัมหมัด นาดีม รัฐมนตรีการศึกษาระดับสูงของอัฟกานิสถาน ที่ออกนโยบายจำกัดสิทธิการศึกษาของผู้หญิงอัฟกัน
อย่างไรก็ดี ปากีสถานกลับสั่งห้ามจัดชุมนุมดังกล่าว ขณะที่กลุ่มสิทธิสตรีในคิวบากระตุ้นให้ผู้คนเข้าร่วมการชุมนุมออนไลน์ หลังรัฐบาลจับกุมตัวนักเคลื่อนไหวที่เรียกร้องให้มีการอนุญาตจัดการชุมนุม
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 8 มีนาคม 2566

