อิหร่านกลับมาเปิดสถานทูตในซาอุฯ อีกครั้ง หลังฟื้นฟูความสัมพันธ์การทูต
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศว่าจะกลับมาดำเนินภารกิจทางการทูตกับซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้กลับมามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีอีกครั้งหลังจากตัดสัมพันธ์ทางการทูตมานานถึง 7 ปี
นาสเซอร์ คานาอะนี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ณ กรุงริยาด สถานกงสุลใหญ่ประจำนครเจดดาห์ และสำนักงานผู้แทนถาวรขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) จะกลับมาเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายนนี้
คานาอะนีกล่าวอีกว่า สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ประจำนครเจดดาห์ได้เริ่มดำเนินการเพื่อช่วยเหลือชาวอิหร่านที่มุ่งหน้าไปยังซาอุฯ เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนมิถุนายนนี้
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม อิหร่านและซาอุฯ ได้มีความเห็นตรงกันที่จะสานสัมพันธ์ทางการทูตซึ่งกันและกัน โดยมีจีนเป็นคนกลางในการคืนดีกันครั้งนี้ที่ถือว่าเป็นการก้าวข้ามอุปสรรคครั้งสำคัญของภูมิภาคอาหรับ
ทั้งนี้ ทั้ง 2 ประเทศแห่งโลกอาหรับนี้ความสัมพันธ์ที่ระหองระแหงจากหลายปัจจัย อาทิ การแย่งชิงอิทธิพลในตะวันออกกลาง รวมถึงความแตกต่างทางนิกายของศาสนาอิสลามที่ชาวอิหร่านส่วนใหญ่นับถือนิกายชีอะห์ ขณะที่ซาอุฯ วางตัวเป็นแกนนำนิกายสุหนี่ โดยซาอุฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านในปี 2016 หลังจากผู้ประท้วงบุกโจมตีสำนักงานการทูตของซาอุฯ ในกรุงเตหะรานและเมืองมัชฮัดของอิหร่าน ระหว่างการประท้วงที่ปะทุขึ้นหลังจากมีการประหารชีวิตมุสลิมนิกายชีอะห์คนสำคัญ รวมถึงมุสลิมอีก 46 คนในซาอุฯ
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 6 มิถุนายน 2566

