พณ.เร่งสปีดเจรจาความตกลงด้านเศรษฐกิจ ชี้คืบหน้าทุกเวที
นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เป็นผู้แทนกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 23 เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการประชุมระดับรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่กำกับดูแลการดำเนินการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทั้งหมด โดยพิจารณาให้ความเห็นชอบและรับรองผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อเสนอต่อผู้นำอาเซียน ในช่วงวันที่ 5-7 กันยายน 2566 พร้อมทั้งร่วมกำหนดทิศทางของการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจภายใต้วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนใหม่หลังปี 2568
นายเอกฉัตร กล่าวว่า ที่ประชุมได้ประกาศเริ่มต้นการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการประสานงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน หรือ ACCED กำหนดเริ่มเจรจารอบแรกในเดือนพฤศจิกายน 2566 และตั้งเป้าสรุปผลภายใน 2 ปี
ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะช่วยให้อาเซียนมีกรอบกติกาด้านการค้าดิจิทัลที่เหมือนกัน เปิดกว้าง และปลอดภัยในการทำธุรกรรมด้านดิจิทัลระหว่างกัน เช่น การยืนยันและพิสูจน์ตัวตน การใช้เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการชำระเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงและยอมรับร่วมกันได้ภายในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการค้าผ่านระบบดิจิทัลระหว่างกันอย่างไร้รอยต่อ
รวมทั้งจะเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันและลดช่องว่างด้านดิจิทัลระหว่างกัน ซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาค และที่สำคัญจะช่วยดึงดูดการลงทุนภายในอาเซียนและจากต่างประเทศเข้ามายังภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าผ่านระบบดิจิทัลในอาเซียนถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรองและเห็นชอบผลการดำเนินงานที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน อาทิ การจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจภาคทะเล และปฎิญญาผู้นำเรื่องการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการดำเนินงานด้านการสร้างเครือข่ายการผลิตใหม่และห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นภายในภูมิภาคที่มากยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบการดำเนินงานสำหรับโครงการพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม ซึ่งจะเสนอผลดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียนต่อไป
” อาเซียนได้ร่วมพิจารณาวางแนวทางการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในระยะ 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2569-2588) โดยมุ่งหมายจะยกระดับการรวมตัวให้เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ เสริมศักยภาพด้านความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคด้วยปัจจัยใหม่ๆ ลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก และสามารถปรับตัวต่อโอกาสและความท้าทายในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาเซียนจะหารือเพื่อพิจารณาทำแผนการดำเนินงานตามแนวทางต่อไป ” นายเอกฉัตร กล่าว
ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการเข้าร่วมประชุมเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (CEPA) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รอบที่ 3 ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ในภาพรวมการเจรจาคืบหน้าด้วยดี ทั้งการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า
ซึ่งเป็นการประชุมระดับหัวหน้าคณะ ฝ่ายไทยนำโดยอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และฝ่ายสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นำโดยนาย Juma Mohammed Al Kait ผู้ช่วยปลัดด้านการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจยูเออี เพื่อกำกับดูแลการเจรจาในภาพรวม และการประชุมคณะทำงานกลุ่มย่อย 9 คณะ ประกอบด้วย การค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า การค้าบริการและการค้าดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา )
มาตรการที่เป็นอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และประเด็นด้านกฎหมาย
”ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจา CEPA ไทย – ยูเออี รอบที่ 4 ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2566 ณ กรุงเทพฯ เพื่อสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปีนี้ตามเป้าหมายที่ทั้งสองฝ่ายตั้งไว้ ” นางอรมน กล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 4 กันยายน 2566

