ส.อ.ท.รับได้ขึ้นค่าแรง 2.3% นายจ้าง-แรงงานอยู่ได้ ลุ้นรัฐตรึงค่าไฟ 3.99 บาท
ส.อ.ท.รับได้ขึ้นค่าแรง 2.3% นายจ้าง-แรงงานอยู่ได้ ลุ้นค่าไฟต่อสัปดาห์หน้า หวังรัฐตรึง 3.99 บาท รักษาความสามารถในการแข่งขันไทยเทียบคู่แข่ง ค่าแรง-ค่าไฟ ต้นทุนเอกชนปี 2567
วันที่ 9 ธันวาคม 2566 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าจากการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ที่กระทรวงแรงงานในวันนี้ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2567 เพิ่มในอัตราวันละ 2-16 บาท (เฉลี่ยร้อยละ 2.37 ต่อวัน หรือเฉลี่ยทั่วประเทศ 345 บาทต่อวัน) ถือว่าสูงขึ้นเล็กน้อยที่ฝ่ายนายจ้าง และลูกจ้าง ต่างยอมรับได้ เพราะยึดตามกลไกของไตรภาคี แต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างใหม่ แบ่งเป็น 17 อัตรา โดยอัตราสูงสุดคือจังหวัดภูเก็ต วันละ 370 บาท และอัตราต่ำสุดคือ จังหวัดนราธิวาส, ปัตตานี, และยะลา วันละ 330 บาท ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม. 12 ธันวาคม 2566 นี้ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าค่าไฟและค่าแรงเป็นต้นทุนสำคัญของภาคเอกชนในปี 2567 ซึ่งการปรับส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผลิตและส่งออกสินค้าเดียวกัน
“การพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงงาน 2.3% นั้นเป็นระดับเอกชนรับได้เพราะผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการร่วมไตรภาคี ซึ่งพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ แล้วคงเห็นเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ให้นายจ้างและลูกจ้างอยู่ได้ ขณะที่ค่าไฟซึ่งเอกชนหวังว่าจะพิจารณาให้คงอัตราค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 3.99 บาทต่อไป เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ไทย
เพราะหากเทียบกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งที่ผลิตสินค้าคล้ายกันส่งไปยังตลาดเดียวกัน ตอนนี้ต้นทุนค่าไฟเวียดนาม 2 บาท / หน่วย ค่าแรงงานก็ต่ำกว่าไทย และยังมีจำนวนประชากรวัยทำงานมากกว่าไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ไทยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะกับเอสเอ็มอี”
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 9 ธันวาคม 2566

