เอกชนผวารื้อค่าแรง ค้านขึ้นทันที 400 บาท
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงค่าแรงขั้นต่ำที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้นำกลับไปพิจารณาเพิ่มเติมแล้วนำเสนอครม.อีกครั้งก่อนสิ้นปี 2566 ว่า การพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำส.อ.ท. และเวทีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ต้องการให้พิจารณาผ่านกลไกคณะกรรมการค่าจ้าง(บอร์ดไตรภาคี) ที่สอดรับกับกฎหมาย มีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เมื่อรัฐกลับให้ทบทวนคงจะต้องมาดูรายละเอียดและคงจะต้องหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาบอร์ดไตรภาคีเห็นชอบปรับขึ้น 2-16 บาทต่อวัน หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.37% ภาพรวมถือว่าต้นทุนสูงขึ้น
โดยทั้ง 46 กลุ่มอุตสาหกรรมของส.อ.ท.มีการแรงงานเข้มข้นถึง 50% หรือราว 23 กลุ่ม อาทิ อุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป สิ่งทอฯลฯ หากมีการทบทวนไปถึง 400 บาทต่อวัน จะยิ่งกดดันผู้ประกอบการให้อยู่ยาก ขีดความสามารถการแข่งขันไทยจะลดลง โดยเฉพาะสินค้าในประเทศที่กำลังโดนดัมพ์ราคา จะยิ่งกดดันหนักขึ้นและที่สุดต้องปิดกิจการ
“การปรับขึ้นค่าแรงจะส่งผลให้การจ้างงานลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการจะลดต้นทุนเพื่อลดภาระ และอีกส่วนจะหันไปใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติแทน ไม่ส่งผลดีต่อแรงงานในระยะยาวเพราะจะตกงานเพิ่ม ขณะเดียวกันการที่ไทยมีต้นทุนต่างๆที่เพิ่มทั้งค่าไฟสูงกว่าเพื่อนบ้าน ค่าแรง และความเสียเปรียบที่ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ น้อยกว่าเพื่อนบ้าน จะทำให้การลงทุนหันไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านแทน งประเด็นเหล่านี้จะต้องติดตามใกล้ชิด”นายเกรียงไกรกล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 13 ธันวาคม 2566

