เปิด 10 อันดับ ธุรกิจดาวรุ่ง 2567 "ยูทูบเบอร์-รีวิวสินค้า" ดีที่ 1 "สายมู-ซอฟต์เพาเวอร์" มาแรง
ม.หอค้าไทย เผย 10 ธุรกิจรุ่ง-ร่วง "สายมู-ซอฟต์เพาเวอร์" รุ่งโรจน์สุดปี 67 ประเมินเงินสะพัดกว่า 1.2 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลสำรวจผู้ประกอบการและสถานภาพธุรกิจไทย เพื่อประเมินผล 10 อันดับดาวรุ่งและดาวร่วง ปี 2567 พบว่า 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งปี 2567 ได้แก่
อันดับ 1
ได้แก่ ธุรกิจที่ทำการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) และธุรกิจจัดทำคอนเทนต์ ธุรกิจ YouTuber การรีวิวสินค้า และ Influencer
อันดับ 2
ได้แก่ ธุรกิจการแพทย์และความงาม ธุรกิจโฆษณาและสื่อออนไลน์ ธุรกิจโทรคมนาคมสื่อสาร เช่น ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือสัญญาณสื่อสารต่างๆ
อันดับ 3
ได้แก่ Social Media และ Online Entertainment ธุรกิจด้านการเงินธนาคาร Fintech และการชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี ธุรกิจ Cloud Service และธุรกิจบริการ Cyber Security
อันดับ 4
ได้แก่ งานคอนเสิร์ต มหกรรมจัดแสดงสินค้า ธุรกิจ Event ธุรกิจความเชื่อ (สายมู, หมอดู,ฮวงจุ้ย) ธุรกิจอัญมณี เช่น ทอง
อันดับ 5
ได้แก่ ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ธุรกิจ EV และธุรกิจเกี่ยวข้อง ธุรกิจซอฟต์เพาเวอร์ไทย เช่น ซีรีส์ ภาพยนตร์
อันดับ 6
ได้แก่ ธุรกิจอาหารเสริม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (ที่ไม่มีแอลกอฮอลล์) ธุรกิจเกี่ยวกับน้ำตาล
อันดับ 7
ได้แก่ ธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ธุรกิจโลจิสติกส์ Delivery และคลังสินค้า ธุรกิจเงินด่วน โรงรับจำนำ
อันดับ 8
ได้แก่ ธุรกิจสัตว์เลี้ยง ธุรกิจบันเทิงยามค่ำคืน ผับ บาร์ คาราโอเกะ
อันดับ 9
ได้แก่ ธุรกิจ E-sport เกมส์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจตลาดเพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
อันดับ 10
ได้แก่ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
สำหรับ ธุรกิจดาวร่วงปี 2567 ได้แก่
* โทรศัพท์พื้นฐาน ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ CD หรือ VDO
* ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ธุรกิจผลิต CD DVD ที่จัดเก็บข้อมูลฮาร์ดไดรฟ์ หรือเมมโมรี่ การ์ด บริการส่งหนังสือพิมพ์
* ธุรกิจคนกลาง ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา และเซรามิก
* ธุรกิจผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
* ผลิตสารเคมี
* ธุรกิจร้านถ่ายภาพ
* ร้านขายเครื่องเล่นเกม, แผ่นเกม, ตลับเกม ธุรกิจการทอผ้าจากธรรมชาติ
* ธุรกิจถ่ายเอกสาร
* ธุรกิจเฟอนีเจอร์ไม้
* ธุรกิจร้านโชห่วย ธุรกิจผลิตกระดาษ
เมื่อเปรียบเทียบธุรกิจเด่น ปี 2566 แต่ไม่โดดเด่นติด 1 ใน 10 ปี 2567 คือ ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางทางด้านอิเล็กทรอนิกส์) ธุรกิจตู้ยอดเหรียญ เช่น เครื่องซักผ้า อาหาร อื่นๆ และ ธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา ใบกระท่อม
ขณะที่ส่วนธุรกิจใหม่ที่เข้ามาติด 1 ใน 10 ในปี 2567 ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยี และเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจ Cloud Service และธุรกิจบริการ Cyber Security ธุรกิจอัญมณี เช่น ทอง ธุรกิจ EV และธุรกิจเกี่ยวข้อง ธุรกิจเกี่ยวกับน้ำตาล ธุรกิจเงินด่วน โรงรับจำนำ ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น อาหารสำเร็จรูป การดูแลสุขภาพสัตว์ ธุรกิจตลาดเพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจพลังงาน และ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
“เป็นที่น่าสังเกตคือ ธุรกิจความเชื่อ และ ธุรกิจซอฟต์เพาเวอร์ ที่ติดดาวรุ่งอันดับ 10 ในปี 2566 ดีดแรงเป็นดาวรุ่งอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ ถือว่าเป็น 2 ธุรกิจที่ขยายตัวได้แรงสุด และจะสร้างเงินเข้าระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก
“อย่างสายมู ประเมินว่าปี 2567 จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 1.8-2.0 หมื่นล้านบาท จากปี 2566 ประเมินไว้ 1.0-1.5 หมื่นล้านบาท ขยายตัวไม่น้อยกว่า 20-30% ต่อปี ส่วนซอฟต์เพาเวอร์ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน เบื้องต้น 11 กลุ่มที่ต้องการผลักดัน น่าจะสร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี
“กล่าวได้ว่าเป็น 2 กลุ่มธุรกิจที่จะทำเงินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งภาคเอกชนมองว่าเศรษฐกิจปี 2567 จะขยายตัวดีกว่าปี 2566 ทางศูนย์พยากรณ์ฯคาดเศรษฐกิจปี 2567 ขยายตัวได้ 3.-3.5% และหากรวมกับ ดิจิทัลวอลเล็ต ได้ภายในกรอบพฤษภาคมจะช่วยดันเศรษฐกิจโตได้เกิน 4%” นายธนวรรธน์กล่าว
นายธนวรรธน์กล่าวว่า อีกทั้งปี 2567 จะมีปัจจัยหนุนเศรษฐกิจ อาทิ ส่งออกจากลบ 1-2% เป็นบวก 2.3% จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 34-37 ล้านคน จาก 21-28 ล้านคน เงินเฟ้อสูง 2.-2.5% จาก 1.3% ค่าเงินบาทเฉลี่ย 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% ต่อปี ราคาน้ำมันโลกเฉลี่ย 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นายธนวรรธน์กล่าวต่อว่า ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่ออันดับธุรกิจดาวรุ่งและดาวร่วงในปี 2567 ผลจากการเปลี่ยนแปลงใน 5 ปัจจัยหลัก คือการเปลี่ยแปลงของเทคโนโลยีสู่ดิจิทัลมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทั่วไป (การเข้าสู่สังคมสูงวัย ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ พฤติกรรมการใช้ชีวิตและความต้องการเปลี่ยน) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ (ปี 2567 สหรัฐจัดเลือกตั้ง สงครามรัสเซีย-ยูเครน หรืออิสราแอลกับฮามาสเริ่มนิ่งๆ) ทำให้ธุรกิจต้องเพิ่มการพัฒนาและปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ 5 การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 19 ธันวาคม 2566

