เจาะลึก "นโยบายเพิ่มประชากรของเวียดนาม" จากยุคคุมกำเนิด สู่ยุครัฐแจกเงินเร่งคนมีลูก
เวียดนามกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญด้านโครงสร้างประชากรของประเทศ แม้เวียดนามจะมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่รัฐบาลกลับเริ่มกังวลว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่กำลังลดลงเร็วกว่าที่คาด จนเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาว
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เวียดนามใช้นโยบายจำกัดจำนวนบุตรและส่งเสริมครอบครัวขนาดเล็ก โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีลูกไม่เกิน 1–2 คน เพื่อควบคุมจำนวนประชากร ลดความยากจน และบริหารทรัพยากรของประเทศ แนวทางดังกล่าวเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เวียดนามสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วหลังสงคราม
แต่บริบทของเวียดนามในวันนี้แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน
อัตราการเจริญพันธุ์รวม (TFR) ของเวียดนามในปี 2024 ลดลงเหลือเพียง 1.91 ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 และต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ แม้ในปี 2025 ตัวเลขจะขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.93 แต่รัฐบาลยังคงมองว่าเป็นสัญญาณน่ากังวล โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างนครโฮจิมินห์ ที่คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลงและมีลูกน้อยลงต่อเนื่อง ท่ามกลางค่าครองชีพ ราคาที่อยู่อาศัย และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกันเวียดนามยังเริ่มเผชิญปัญหาความไม่สมดุลทางเพศของประชากรแรกเกิด หลังค่านิยมเลือกเพศบุตรดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี จนรัฐบาลต้องเริ่มเพิ่มมาตรการควบคุมและผลักดันแนวคิดความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น
รัฐบาลเวียดนามมองว่า ปัญหานี้ไม่ได้หมายถึงแค่ “เด็กเกิดน้อย” แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตของตลาดแรงงาน เศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
หลายฝ่ายประเมินว่า หากอัตราการเกิดยังลดลงต่อเนื่อง เวียดนามอาจเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบภายในช่วงกลางทศวรรษ 2040 และอาจเผชิญปัญหาเดียวกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ที่กำลังเผชิญวิกฤตคนเกิดน้อยและแรงงานลดลงเช่นเดียวกัน
เวียดนามจึงเริ่มปรับนโยบายประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2025 รัฐบาลเวียดนามประกาศยกเลิกข้อจำกัดเรื่องจำนวนบุตร เปิดทางให้คู่สมรสตัดสินใจเองว่าจะมีลูกกี่คน ถือเป็นการปิดฉากยุคนโยบายควบคุมการเกิดที่ดำเนินมายาวนานกว่า 60 ปี
ก่อนหน้านั้น พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามยังได้ยกเลิกบทลงโทษทางวินัยสำหรับสมาชิกพรรคที่มีบุตรคนที่สาม ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนว่ารัฐเริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อการมีบุตรอย่างจริงจัง
สิ่งที่แทบไม่มีใครคาดคิดกำลังเกิดขึ้นในเวียดนาม
จากประเทศที่เคยรณรงค์ให้ประชาชนมีลูกน้อย วันนี้เวียดนามกำลังเริ่มใช้งบประมาณภาครัฐเพื่อจูงใจให้คนมีลูกเพิ่ม
ภายใต้กฎหมายประชากรฉบับใหม่ รัฐบาลกำหนดว่า ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ผู้หญิงที่มีลูกสองคนก่อนอายุ 35 ปี จะได้รับเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 2 ล้านด่อง ขณะที่บางพื้นที่อย่างนครโฮจิมินห์ เริ่มทดลองใช้นโยบายแจกเงินและสวัสดิการเพื่อกระตุ้นการมีบุตรแล้ว
นอกจากนี้เวียดนามยังเตรียมขยายสิทธิลาคลอด เพิ่มสวัสดิการครอบครัว รวมถึงสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวที่มีลูกมากขึ้น เพื่อรับมือกับแนวโน้มอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จำนวนมากมองตรงกันว่า “เงินอุดหนุน” เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ได้ เพราะต้นทุนที่แท้จริงของการมีลูกในเมืองใหญ่ ไม่ได้อยู่แค่ค่าใช้จ่ายระยะสั้น แต่รวมถึงภาระด้านที่อยู่อาศัย ค่าเล่าเรียน เวลาการทำงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกันเวียดนามยังต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากประเทศที่เคยพึ่งพาแรงงานราคาถูก ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังใกล้เข้ามา
ประเทศที่เคยกังวลว่าประชากรจะเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป วันนี้กำลังเริ่มเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่ เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง และแรงงานหนุ่มสาวอาจไม่มากพอจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เหมือนในอดีต
สำหรับเวียดนาม นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “จำนวนประชากร” แต่คือโจทย์ใหญ่เกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจ โครงสร้างสังคม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
อ้างอิง:
- Vietnam Government Portal
- Vietnam News
- VietnamNet
- VietnamPlus
- Vietnam Law Magazine
- Ministry of Health of Vietnam
เพจ Dr.VietNam
ที่มา Dr.Vietnam
วันที่ 5 มิถุนายน 2569

