จับตา ‘BOI’ จัดระเบียบอนาคต ‘Data Center’ ไทย หลังบิ๊กเทคแห่ลงทุนไม่หยุด
KEY POINTS :
* บีโอไอกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระเบียบการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หลังพบว่าหลายแห่งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแต่ใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้ามหาศาลโดยไม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
* รัฐบาลเตรียมประกาศทิศทางและนโยบายที่ชัดเจนสำหรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของบิ๊กเทค
* ปัจจุบันไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์มากเป็นอันดับ 4 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (65%) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) (20%)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นกรณีที่ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มากกว่า 30 แห่ง และกำลังเพิ่มขึ้นไม่อยู่ในรายการที่ต้องทำการประเมินผลกระทบด้านสิงแวดล้อม (EIA) ตามกฎหมาย ได้รับสิทธิภาษี BOI แต่ใช้น้ำและไฟมหาศาล ว่า ล่าสุดได้มีการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยในอีกไม่ช้าจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว และจะมีการแถลงถึงทิศทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยที่ชัดเจน
✅ ไทยอันดับ 4 จำนวน Data Center เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ :
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Data Center Map เดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยมีจำนวน Data Center รวม 60 แห่ง จัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้อยกว่าอินโดนีเซีย (185 แห่ง) มาเลเซีย (109 แห่ง) และสิงคโปร์ (65 แห่ง)
ขณะที่ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและรายงานแนวโน้มอุตสาหกรรม ระบุว่าศูนย์ข้อมูล Data Center ในเขตกรุงเทพมหานครมีศูนย์ข้อมูลระดับองค์กรและผู้ให้บริการหลักอยู่ประมาณ 31 - 37 แห่ง โดยทำเลยอดนิยมสำหรับการลงทุนยุคใหม่จะเกาะกลุ่มอยู่ตามพื้นที่เศรษฐกิจหลัก เช่น ย่านพระราม 9 และศูนย์กลางธุรกิจ อย่างโซนสุขุมวิท
และพระราม 4 จำนวนนี้ยังน้อยกว่าสิงคโปร์ ที่มี Data Center เปิดดำเนินการแล้วเกิน 70 แห่ง โดยมีขีดความสามารถในการประมวลผลรวมกันมากกว่า 1.4 กิกะวัตต์ รวมถึงเขตจาการ์ตาและพื้นที่ปริมณฑล (Greater Jakarta) มี Data Center แบบดำเนินการแล้วมากกว่า 81 แห่ง
✅ 3 ทำเลที่ตั้ง Data Center :
สำหรับทำเลที่ตั้งของ Data Center ในประเทศไทยมีการจัดแบ่งสัดส่วนการลงทุนและการเติบโตอย่างชัดเจนออกเป็น 3 เขตพื้นที่ ตามผลการวิเคราะห์ของ DC Market Insights และรายงาน ResearchAndMarkets.com ประกอบด้วย
????พื้นที่ในแถบกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ถือเป็นฐานที่มั่นหลักของการลงทุน โดยครองส่วนแบ่งทางการตลาดด้านโครงสร้างพื้นฐานกว่า 65% เนื่องจากมีความหนาแน่นของโครงข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและจุดแลกเปลี่ยนข้อมูลเชื่อมต่อภายใน โดยหากพิจารณาเฉพาะ Data Center ที่ดำเนินการอยู่ 42 แห่ง (ตามสถิติของ Cloudscene) จะพบว่าตั้งอยู่ในพื้นที่นี้ 37 แห่ง
????เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC - ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาด 20% โดย EEC เป็นทำเลทองใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรีและระยอง ดึงดูดโครงการระดับ Hyperscale ขนาดใหญ่เป็นหลักเนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี นโยบายเขตอุตสาหกรรมดิจิทัล (EECd) และการเป็นจุดเชื่อมต่อสถานีเคเบิลใต้น้ำหรือ Submarine Cable Landing Station โดยข้อมูลของ ResearchAndMarkets.com ระบุว่า พื้นที่ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพฯ รวมกันจะมีส่วนแบ่งพลังงานไฟฟ้ารองรับของโครงการ Data Center ที่กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนสูงถึงกว่า 40% ของกำลังการผลิตไฟฟ้า Data Center รวมทั้งหมดของประเทศ
????ภูมิภาคอื่น เช่น เชียงใหม่, ขอนแก่น, ภูเก็ต, สงขลา ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 15% โดยจังหวัดหัวเมืองหลักนอกเหนือจากกรุงเทพฯ และ EEC เริ่มมีการขยายตัวเพื่อติดตั้ง Data Center ประเภท Edge Data Center ขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ผู้ใช้งานปลายทาง หรือเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กร (Enterprise) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการรับส่งข้อมูลของเครือข่าย 5G ในส่วนภูมิภาค
อย่างไรก็ดี สถานการณ์การเติบโตของ Data Center ประเทศไทยที่บริษัท Aquatech เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2569 ระบุว่ามี Data Center เปิดดำเนินการแล้ว 40 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 20 แห่ง และอยู่ในขั้นตอนการวางแผนอีก 10 แห่ง ด้านรายงานวิจัยตลาดจาก ResearchAndMarkets.com เผยแพร่ในช่วงปลายปี 2568 ระบุว่าประเทศไทยมีโครงการ Data Center ประเภทบริการรับฝากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Colocation) ที่เปิดดำเนินการอยู่จำนวน 39 แห่ง และมีโครงการใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวในอนาคตอีก 27 โครงการ
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 31 กรกฏาคม 2569

