ทรัมป์ถกปูติน ขอยุติสงครามยูเครน แลกกับ ฟื้นฟูความสัมพันธ์สหรัฐฯ-รัสเซีย ต่อรองอะไรบ้าง
การหารือทางโทรศัพท์ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อวานนี้ (8 กันยายน) นับเป็นการพูดคุยที่ฝ่ายเครมลินอธิบายว่า มีความ “ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง” (Extremely Frank) และ “เป็นไปในเชิงสร้างสรรค์”
การโทรศัพท์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากคณะผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ คือ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ เดินทางเยือนกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เพื่อฟื้นฟูการเจรจาและหาทางออกให้กับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ดำเนินมานานตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022
✅ ทรัมป์-ปูติน ต่อรองอะไรกันบ้าง
สิ่งที่ทรัมป์เสนอและต้องการมากที่สุดนั้นคือ ทรัมป์ต้องการเห็นสงครามในยูเครน ‘ยุติลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’ และต้องการบรรลุผลสำเร็จ (Breakthrough) ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โดยทรัมป์เสนอว่า การยุติความขัดแย้งจะเปิดทางให้เกิดการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบในทันที โดยเฉพาะด้านการค้าและเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลประโยชน์มหาศาลต่อทั้งสองประเทศ
ขณะที่ ปูติน ได้แสดงการสนับสนุนแนวคิดของทรัมป์เกี่ยวกับการเร่งยุติสงครามและการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย โดยปูตินยังได้ให้ข้อมูลประเมินสถานการณ์บริเวณแนวหน้าแก่ทรัมป์ โดยชี้ว่ากองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบ และการยึดพื้นที่ทั้งหมดในภูมิภาคดอนบาส ขณะนี้เป็นเพียงเรื่องของเวลา
ผู้นำรัสเซียยังคงเรียกร้องให้ยูเครนสละดินแดนในภูมิภาคตะวันออก ส่วนที่ยูเครนยังควบคุมอยู่ และต้องยินยอมยกเลิกการรับความช่วยเหลือทางการทหารจากชาติตะวันตก
โดย ยูรี อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประจำทำเนียบเครมลิน ได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีปูตินได้ชี้แจงให้ทรัมป์ฟังถึงสิ่งที่ฝ่ายสหรัฐฯ สามารถทำได้จริงเพื่อช่วยนำไปสู่การยุติการสู้รบอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางเครมลินไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเจาะจงในคำแถลงดังกล่าว
ทั้งสองผู้นำตกลงที่จะเดินหน้า การแลกเปลี่ยนนักโทษ ระหว่างกันต่อไป และตกลงจะรักษาช่องทางการติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์อีกหากจำเป็น
ปูตินยืนยันกับทรัมป์ว่า รัสเซีย “ไม่มีแผนรุกรานหรือเจตนาร้ายใดๆ ต่อประเทศในยุโรป” โดยมองว่า ข่าวลือเรื่องภัยคุกคามจากรัสเซียเป็นเพียง ‘ข้ออ้าง’ ของชาติตะวันตก ในการเพิ่มงบประมาณทหารและการส่งอาวุธให้ยูเครน
✅ ท่าทีของยูเครนและสถานการณ์แวดล้อม
ยูเครนมองว่า เงื่อนไขของรัสเซียเท่ากับการบังคับให้ยูเครน ‘ยอมจำนน’ และจะเปิดโอกาสให้รัสเซียพักการรบ เพื่อเตรียมโจมตีรอบใหม่
นอกจากนี้ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยังแสดงความพร้อมสำหรับ ‘การเจรจา 3 ฝ่าย’ (รัสเซีย ยูเครน สหรัฐฯ) ที่อาจเกิดขึ้นในเดือนกันยายนหรือฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่เครมลินมองว่า ‘ยังเร็วเกินไป’ ที่จะระบุวันหรือสถานที่เจรจา
แม้จะมีสัญญาณทางการทูต แต่รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงใส่กรุงเคียฟทันทีที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ เดินทางกลับ ทำให้สถานการณ์การสู้รบโดยรวมระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ยังคงตึงเครียดในขณะนี้
ที่มา the standard
วันที่ 9 กันยายน 2569

