กับดักทางเศรษฐกิจและทางรอดของไทย
หลายคนกำลังบ่น กังวล และรู้สึกโมโหว่าประเทศเราไม่พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น ยํ่าอยู่กับที่ และเหมือนประเทศเพื่อนบ้านเค้ากำลังแซงหน้าเราใช่มั้ยครับ
ความรู้สึกนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเพียงมโนกรรมของผู้ประกอบการ ประชาชน และผู้สนใจทั่วไปเท่านั้นครับ เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เปิดเผยว่า ผลิตภาพแรงงานของประเทศไทยเราลดต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
Labor Productivity เป็นตัวชี้วัดที่บอกว่าประเทศเรามีประสิทธิภาพในการนำแรงงานที่มีมาใช้ให้เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นหากสองประเทศมีผลิตภัณฑ์มวลรวมเท่ากัน ประเทศที่ใช้จำนวนชั่วโมงของแรงงานในการผลิตจะเป็นประเทศที่มีผลิตภาพแรงงานสูงกว่า กล่าวคือ มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรสูงกว่านั่นเอง

ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยของ OECD เผยว่า ผลิตภาพแรงงานของไทยในช่วงปี 2553-2558 สูงที่สุดในภูมิภาคเลยครับ โดยมีการเติบโตประมาณ 5% ต่อปี เท่ากับเทียบเท่ากับเวียดนาม และสูงกว่าอินโดนีเซีย (4%) มาเลเซีย (3.5%) ฟิลิปปินส์ (4%) และสิงคโปร์ (2%)
แต่ช่วง 8 ปีถัดมา หรือระหว่างปี 2558-2566 ผลิตภาพแรงงานของไทยกลับตกลงจนเฉลี่ยแล้วมีการเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคอยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี ในขณะที่เวียดนามยังคงอัตราการเติบโตไว้ได้ที่ประมาณ 5% และประเทศอื่น ๆ ยังสามารถที่จะเติบโตได้สูงกว่าประเทศไทย
แม้ว่าจะมีหลายวิธีที่จะช่วยให้ประเทศไทยเพิ่มผลิตภาพแรงงานได้ แต่ OECD กลับสนใจความสัมพันธ์ระหว่างความไม่มีประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรของประเทศเรากับระบบกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนและสร้างต้นทุนที่สูงเกินไปให้แก่ประชาชน
เมื่อดูตัวชี้วัดด้านกฎหมายการกำกับดูแล (OECD Product Market Regulation Indicator – PMR) ปรากฏว่า ประเทศไทยมีกฎหมายที่ไม่เป็นมิตรกับภาคธุรกิจมากที่สุดประเทศหนึ่งในกลุ่มที่ OECD เก็บข้อมูล โดยประเทศในภูมิภาคอาเซียนล้วนมีกฎหมายที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากกว่าเราทั้งสิ้น (ยกเว้นฟิลิปปินส์ที่แย่กว่าเรานิดนึงครับ)
นอกจากนั้นหากเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งประเทศไทยกำลังอยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก พบว่า ประเทศ OECD 37 ประเทศได้รับคะแนน PMR สูงกว่าไทย มีเพียงตุรกีประเทศเดียวที่เป็นประเทศสมาชิก OECD แล้วได้รับคะแนนด้านกฎหมายและการกำกับดูแลที่ต่ำกว่าไทย
ด้วยเหตุนี้เอง OECD จึงแนะนำว่าถ้าเราลดความซับซ้อนของกฎระเบียบได้ จะสามารถเพิ่ม Productivity ของประเทศไทยให้กลับไปโตได้เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ครับ โดยเรื่องที่ทางองค์การระหว่างประเทศแห่งนี้เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรให้ความสำคัญ ได้แก่ 3 เรื่องหลัก ดังนี้
1) การปรับปรุงกฎระเบียบด้านการแข่งขันทางการค้า
2) การลดขั้นตอนการติดต่อราชการและการขออนุมัติอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจ
3) การปรับปรุงกลไกต่อต้านคอร์รัปชั่น
หากเราสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้เร็ว เชื่อว่าผลิตภาพแรงงานของเราในช่วง 10 ปีถัดไปจะสามารถแข่งขันได้กับทั้งประเทศในภูมิภาคและในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจครับ
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569

