BRICS Summit 2026 คุยอะไรกันบ้าง มีอะไรน่าจับตา
อินเดียเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอด BRICS ปี 2026 ณ กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายนนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีมหลัก ‘Building for Resilience, Innovation, Cooperation and Sustainability’ โดยมี นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เป็นประธานการประชุม ซึ่งในปีนี้ ครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งกรอบความร่วมมือ BRICS
✅ ธีมหลักและ 4 เสาหลักการพัฒนา
อินเดียกำหนดธีมหลักของการประชุมภายใต้แนวคิด ‘การสร้างความยืดหยุ่น นวัตกรรม ความร่วมมือ และความยั่งยืน’ โดยยึดมนุษยชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่
1. Resilience (ความยืดหยุ่น): เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ สังคม และสถาบัน เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของโลก การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน วิกฤตสุขภาพ และความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ
2. Innovation (นวัตกรรม): ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ (Digital Public Infrastructure), เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
3. Cooperation (ความร่วมมือ): กระชับความร่วมมือพหุภาคี การประสานนโยบาย การเงินเพื่อการพัฒนา การอำนวยความสะดวกทางการค้า และการปฏิรูปธรรมาภิบาลโลก
4. Sustainability (ความยั่งยืน): เร่งรัดการดำเนินงานด้านภูมิอากาศ การเงินเขียว และการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานอย่างยั่งยืน
✅ ใครเข้าร่วมประชุมบ้าง
การประชุมครั้งนี้รวบรวมผู้นำประเทศสมาชิกหลัก ประเทศสมาชิกใหม่ ประเทศพันธมิตร และองค์กรระดับโลกเข้าด้วยกัน โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญ เช่น สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน, วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย, มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
ขณะนี้ กลุ่ม BRICS มีสมาชิกหลัก 10 ประเทศ พันธมิตร 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มีประชากรรวมกันคิดเป็นราว 49.5% ของประชากรโลก, 40% ของ GDP โลก และ 26% ของการค้าโลก
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ เช่น เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธาน ASEAN, สมเด็จพระราชธิบดีฮะมัด บิน อีซา อัลเคาะลีฟะฮ์ กษัตริย์แห่งบาห์เรน ในฐานะประธานสภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC), เอดูอาร์ด บีซีมานา รัฐมนตรีต่างประเทศบุรุนดี ในฐานะผู้แทนสหภาพแอฟริกา (AU), มาริโอ ลูเบตคิน รัฐมนตรีต่างประเทศอุรุกวัย ในฐานะผู้แทนประชาคมรัฐลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (CELAC) รวมถึง อันโตนิโอ กูเตอร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (UN)
โดย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 18 นี้ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เพื่อขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมกับกลุ่ม BRICS และประเทศ Global South รวมถึงเน้นย้ำความพร้อมเป็น ‘สะพานเชื่อม’ ระหว่าง ASEAN กับกลุ่ม BRICS
✅ คุยอะไรกัน มีอะไรน่าจับตา
การประชุม BRICS Summit 2026 จัดขึ้นท่ามกลางสงครามในยูเครนและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานในภูมิภาคเอเชีย ที่ประชุมจึงอาจหาแนวทางเพื่อรับมือกับวิกฤตสงครามและความขัดแย้งระดับโลกเหล่านี้
ที่ประชุมมีแนวโน้มที่จะลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) และการใช้สกุลเงินท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น เน้นย้ำการขยายการใช้ สกุลเงินท้องถิ่นในการรองรับการค้าและการชำระเงินระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (NDB) สนับสนุนการให้สินเชื่อด้วยสกุลเงินท้องถิ่น เช่น หยวนและแรนด์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่ม BRICS ยังไม่มีการจัดตั้งสกุลเงินกลางร่วมกัน
นอกจากนี้ที่ประชุมน่าจะพยายามผลักดันการปฏิรูปองค์กรและสถาบันการเงินระดับโลก เช่น สหประชาชาติ (UN), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เพื่อเพิ่มเสียงและบทบาทให้กับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ ยังมีการหารือทวิภาคีและการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่น่าสนใจในห้วงการประชุมปีนี้ โดยโมดี มีกำหนดหารือทวิภาคีกับปูติน ผู้นำรัสเซีย และเปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ในประเด็นความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ ขณะที่การพบกันระหว่าง โมดี และ สีจิ้นผิง ครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอินเดียครั้งแรกของประธานาธิบดีจีนนับตั้งแต่ปี 2019 ท่ามกลางสัญญาณความตึงเครียดที่ผ่อนคลายลงหลังเหตุปะทะชายแดนหุบเขากัลวานในปี 2020
BRICS Summit 2026 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีสะท้อนพลังที่เติบโตขึ้นของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาผ่านเป้าหมายร่วมอย่างการส่งเสริมการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่นและการผลักดันการปฏิรูปสถาบันระดับโลก แต่ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ความเห็นที่แตกต่างภายในกลุ่มสมาชิก คำถามสำคัญที่ประชาคมโลกยังคงจับตามองต่อไปคือ กลุ่ม BRICS ในฐานะตัวแทนของประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลก จะสามารถแปลงแรงขับเคลื่อนนี้ให้กลายเป็นระเบียบโลกใหม่ที่เป็นรูปธรรมและเป็นเอกภาพได้จริงหรือไม่ หรือความตึงเครียดและผลประโยชน์ที่หลากหลายของประเทศสมาชิกจะเป็นบททดสอบท้าทายความยั่งยืนของความร่วมมือพหุภาคีนี้ในระยะยาว?
ที่มา the standard
วันที่ 11 กันยายน 2569

