Gartner คาดตลาดเซมิคอนดักเตอร์ปี 69 แตะ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
✅ KEY POINTS
* การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่ารายได้ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 จะพุ่งสูงถึง 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตขึ้น 92% จากปี 2568
* ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* กลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory) ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยคาดว่ารายได้จะครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (54%) ของตลาดรวมในปี 2569
* การเติบโตของ AI ยังส่งผลดีต่อชิปประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน่วยความจำ เช่น CPU และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งระบบ
การ์ทเนอร์ (Gartner) บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ คาดการณ์ว่า รายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นแตะ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (50.7 ล้านล้านบาท) เติบโตถึง 92% จากปี 2568 ที่มีรายได้รวม 809 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (26.29 ล้านล้านบาท)
แรงส่งของตลาดยังมีแนวโน้มต่อเนื่องไปถึงปี 2570 โดยการ์ทเนอร์ประเมินว่า รายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นเป็น 1.94 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (63.05 ล้านล้านบาท)

✅ AI จุดรอบเติบโตใหม่อุตสาหกรรมชิป
เบน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ มองว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเข้าสู่ระลอกการเติบโตครั้งใหม่ ปัจจัยสำคัญมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับราคาชิปหน่วยความจำที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ตามวัฏจักรตลาด
การลงทุน AI ไม่ได้เพิ่มเพียงความต้องการชิป แต่กำลังเปลี่ยนทิศทางการจัดสรรเงินลงทุนตลอดทั้งระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงเปลี่ยนโครงสร้างการใช้งานชิปในอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
การ์ทเนอร์คาดว่า ระบบนิเวศ AI Data Center จะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 36.5% ของรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดในปี 2569 เป็นมากกว่า 53% ภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการสร้างมูลค่าและทิศทางความต้องการชิปทั่วโลก
✅ Memory ครองรายได้เกินครึ่งตลาด
หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนมากที่สุดจากการลงทุน AI คือชิปหน่วยความจำ หรือ Memory
การ์ทเนอร์ คาดว่า รายได้ชิป Memory ในปี 2569 จะพุ่งขึ้นเป็น 837.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (27.21 ล้านล้านบาท) จากเพียง 220.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.15 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 1,075.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (34.95 ล้านล้านบาท) ในปี 2570
การเติบโตดังกล่าวจะทำให้ Memory มีสัดส่วนถึง 54% ของรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากสัดส่วน 27% ในปี 2568
ขณะที่ตลาดชิปกลุ่ม Non-memory ยังขยายตัวเช่นกัน โดยรายได้คาดว่าจะเพิ่มจาก 589 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (19.14 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 เป็น 717.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (23.33 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 หรือเติบโต 21.9% ก่อนขยับขึ้นเป็น 864.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (28.09 ล้านล้านบาท) ในปี 2570
✅ DRAM-NAND โตแรง รับดีมานด์ AI
หากแยกเฉพาะตลาด Memory การ์ทเนอร์ประเมินว่า รายได้จาก DRAM ในปี 2569 จะขยายตัว 246.6% ขณะที่ NAND Flash จะเติบโตสูงถึง 371.9%
แม้ในปี 2570 จะเริ่มมีกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ภาพรวมอุปสงค์และอุปทานยังมีแนวโน้มตึงตัว เนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงขยายตัวและต้องใช้หน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชริช พานต์ (Shrish Pant) ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เปลี่ยนพลวัตของตลาด Memory ไปอย่างมาก
แม้ราคาชิปที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการเติบโตของรายได้ในปีนี้ แต่แรงขับเคลื่อนระยะยาวจะมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI การเพิ่มความจุหน่วยความจำต่อ AI Server และความต้องการชิป High-Bandwidth Memory หรือ HBM ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงสนับสนุนให้รายได้ของตลาด Memory เติบโตต่อเนื่องไปถึงปี 2570 และหลังจากนั้น
✅ AI ไม่ได้ดันแค่ชิป Memory
ผลของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดหน่วยความจำ เนื่องจากเมื่อ AI Clusters มีขนาดใหญ่ขึ้น ประมวลผลรวดเร็วขึ้น และใช้พลังงานมากขึ้น ความต้องการส่วนประกอบอื่นในโครงสร้างพื้นฐานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตั้งแต่ชิป CPU, Networking Silicon, อุปกรณ์จัดการพลังงาน (Power Management), อุปกรณ์อนาล็อก (Analog Devices) ไปจนถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Interconnect) ล้วนมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการลงทุน AI
เบน ลี มองว่า AI กำลังขยายโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไปในแทบทุกระดับของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้กระจุกตัวอยู่กับชิปประเภทใดประเภทหนึ่ง
ตัวเลขรายได้ของตลาด Non-memory ที่เพิ่มจาก 589 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (19.14 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 เป็น 717.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (23.33 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 และมีแนวโน้มแตะ 864.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (28.09 ล้านล้านบาท) ในปี 2570 จึงเป็นอีกสัญญาณว่าเม็ดเงินลงทุน AI กำลังกระจายตัวออกไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมชิป
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที 11 กันยายน 2569

